หน้าหลัก | นโยบายกอง | บทความ | วิชาการ | กระดานสนทนา | ข้อมูลเชิงพื้นที่ | เอกสารเผยแพร่ | หน่วยงานอื่น
 


บทบาทของนักกำหนดอาหารต่อการส่งเสริมโภชนาการเชิงรุก

สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการสาธารณสุข 9 ชช. (ด้านโภชนาการ)
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

การส่งเสริมโภชนาการ เป็นการนำเอาความรู้และเทคโนโลยีทางอาหารและโภชนาการไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานโภชนาการ โดยการเสริมสร้างให้ประชาชนมีศักยภาพในการจัดการและ
ดูแลการส่งเสริมภาวะโภชนาการ ตลอดจนการควบคุมและป้องกันภาวะทุพโภชนาการ เพื่อนำไปสู่การมีภาวะโภชนาการสุขภาพที่ดี การส่งเสริมโภชนาการสามารถดำเนินงานได้ทั้งในสถาบัน องค์กร และในชุมชน และส่งเสริมได้ทั้งในคนที่มีภาวะปกติ และคนที่มีภาวะทุพโภชนาการรวมทั้งผู้ป่วย ที่ผ่านมาการส่งเสริมโภชนาการมักให้ความสำคัญเฉพาะการดำเนินการในชุมชน และมุ่งไปที่คนที่มีภาวะปกติ ซึ่งส่วนมากจะดำเนินงานโดยนักโภชนาการชุมชน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชนที่ปฏิบัติงานในชุมชนหรือภาคสนาม แต่ถ้าหากจะมองการส่งเสริมโภชนาการในสถาบัน องค์กร โดยเฉพาะในโรงพยาบาลหรือสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแล้ว แทบจะยังมองไม่เห็นเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เพราะเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ที่สำคัญคือการกำหนดขอบเขตลักษณะงานโภชนาการ ตลอดจนบทบาทของบุคลากร ซึ่งรวมถึงนักกำหนดอาหารและนักโภชนาการในสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้ถูกจำกัดบทบาทให้ความสำคัญกับการบำบัดผู้ป่วย อาจจะมีกิจกรรมการส่งเสริมโภชนาการอยู่บ้าง แต่ค่อนข้างเบาบาง
นักกำหนดอาหาร ถูกกำหนดบทบาทหน้าที่หลักในการใช้ความรู้ด้านอาหารและโภชนศาสตร์ เพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ โดยการดัดแปลงอาหารบริโภคของผู้ป่วยขณะปกติให้เหมาะ
สมกับความต้องการของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปตามสรีรวิทยาขณะเจ็บป่วย ดังนั้น นักกำหนดอาหารจึงมีโอกาสน้อยในการส่งเสริมโภชนาการของคนในภาวะปกติ
อย่างไรก็ตาม นักกำหนดอาหารสามารถส่งเสริมโภชนาการในกลุ่มผู้ป่วยไปพร้อม ๆ
กับการใช้หลักโภชนบำบัดในขณะเดียวกันนักกำหนดอาหารก็สามารถส่งเสริมโภชนาการให้กับญาติผู้ป่วย
หรือประชาชนที่มารับบริการ รวมทั้งบุคลากรของโรงพยาบาลเองก็นับเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะต้อง
ได้รับการส่งเสริมโภชนาการ
การส่งเสริมโภชนาการในกลุ่มคนปกติ นับเป็นการสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะทุพโภชนาการ โดยเฉพาะภาวะโรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ อันได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูงและโรคมะเร็ง โรคเหล่านี้เป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและตายที่อยู่ในระดับต้น ๆ ในขณะนี้ที่สำคัญกำลังสร้างภาระอันหนักหน่วงให้กับสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึง เป็นภาระให้นักกำหนดและนักโภชนาการของ
โรงพยาบาลต้องทำหน้าที่ จนมีงานล้นมือ ทำให้ไม่มีเวลาแม้แต่จะหันมาใส่ใจการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มคนปกติ อย่างไรก็ตาม นักกำหนดอาหารสามารถจะบูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพด้านโภชนาการเข้าไปในงานประจำได้ โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้ :-

1. การส่งเสริมโภชนาการในกลุ่มผู้ป่วย
การกำหนดอาหารให้ผู้ป่วย นับว่าเป็นการส่งเสริมโภชนาการในภาวะการเจ็บป่วย
เป็นการช่วยในการบำบัดโรค แต่ถ้านักกำหนดอาหารจะประยุกต์องค์ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการโดยการให้โภชนศึกษา หรือการสื่อสาร ด้านโภชนาการ ควบคู่กันไปด้วย นอกจากจะทำให้เป็นการบำบัดโรคอย่างได้ผลดีแล้ว ยังเท่ากับเป็นการเริ่มต้นสร้างนิสัยหรือพฤติกรรมการบริโภคที่ดีให้กับผู้ป่วย ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการมีพฤติกรรมการบริโภคหลังกลับบ้านหรือเมื่อหายป่วยเป็นคนปกติอันเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคซ้ำซ้อน และที่สำคัญผู้ป่วยอาจนำเอาความรู้ที่ได้รับไปบอกเล่าต่อให้คนใกล้เคียง (Change Agents) การให้โภชนศึกษาในภาวะการเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรงน่าจะเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ป่วยที่อาการป่วยเกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี เพราะความเจ็บปวดทำให้คนจดจำและเกิดความสำนึกที่จะทำในสิ่งที่แพทย์ พยาบาลและนักกำหนดบอกกล่าว
วิธีการสื่อสารเพื่อการส่งเสริมภาวะโภชนาการในกลุ่มผู้ป่วย สามารถทำไปโดยวิธีธรรมชาติให้ผู้ป่วยค่อยๆ ซึมซับความรู้โดยไม่รู้ตัว เช่น การให้โภชนศึกษาผ่านสื่อต่างๆ ได้แก่ การให้ข้อมูลการกินอาหารเพื่อบำบัดและป้องกันโรคในกระดาษรองสำรับกับข้าว ยกตัวอย่างเช่น ในกลุ่มของผู้ป่วย
โรคเบาหวาน ก็ให้ข้อมูลชนิดอาหารที่ป้องกันและบำบัดโรคเบาหวาน อาจจะให้โภชนศึกษาไปพร้อม
กับหลายๆ สื่อ เช่น ผ่านเสียงตามสายในโรงพยาบาล ผ่านแผ่นพับ ใบปลิว และวิดีทัศน์ นอกจากนี้
การให้สื่อสารระหว่างกลุ่มผู้ป่วยด้วยกันเอง (Peer Group) ก็นับเป็นสารสื่อสารที่ได้ผล เนื้อหาของการ
สื่อสารจะต้องตรงกับโรคของผู้ป่วยนั้นๆ
2. การส่งเสริมโภชนาการในกลุ่มญาติผู้ป่วย
เป็นการให้โภชนศึกษาที่อาจจะยิงนกทีเดียวได้หลายตัว เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ญาติ
ผู้ป่วยมีความรู้ในการดูแลผู้ป่วยแล้ว ยังจะทำให้ตัวเขาเองมีความรู้ที่จะไปปรับใช้กับตัวเองได้อีกด้วย ด้วยวัฒนธรรมเครือญาติของคนไทยยังมีความเหนียวแน่น เอื้ออาทร การมาเฝ้าไข้และการมาเยี่ยม ย่อม
เป็นโอกาสอันดีที่นักกำหนดอาหารจะค้นหาวิธีการสื่อสารด้านอาหารและโภชนาการได้เป็นอย่างดี โดยมี
วิธีการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ จัดนิทรรศการ การติดแผ่นภาพโฆษณาในบริเวณห้องผู้ป่วย การแจกแผ่นปลิว และการชมวิดีทัศน์ เป็นต้น เนื้อหาของสื่อก็จะต้องสอดคล้องกับโรคของผู้ป่วยนั้นๆ
3. การส่งเสริมโภชนาการในกลุ่มคนปกติ
สามารถดำเนินการได้ทั้งในและนอกโรงพยาบาล สำหรับในโรงพยาบาลส่วนมากจะเป็น
ญาติของผู้ป่วย ซึ่งกล่าวมาแล้ว แต่กลุ่มคนปกติอีกกลุ่มหนึ่งคือ บุคลากรของโรงพยาบาลเองที่มีปัญหา
ด้านโภชนาการไม่น้อยไปกว่าคนกลุ่มอื่นๆ หากมีการตรวจภาวะสุขภาพและโภชนาการของบุคลากรใน
โรงพยาบาลจะพบว่า มีภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนจำนวนที่น่าตกใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความละเลยของการดูแลสุขภาพของตนเองทั้งๆที่เป็นผู้ที่คาดว่าจะมีความรู้และพฤติกรรมทางสุขภาพที่เหมาะสม โดยปกติบุคคลเหล่านี้พอจะมีความรู้ด้านอาหารและโภชนาการ
อยู่บ้าง แต่ยังขาดจิตสำนึกต่อการที่จะนำไปสู่การปฏิบัติบุคลากรหลายคนบอกสอนผู้ป่วยในสิ่งที่ตนเอง
ไม่ได้ปฏิบัติ นักโภชนาการหลายคนป่วยเป็นโรคเบาหวาน หรือ มีภาวะโภชนาการเกิน ทั้งๆ ที่มีหน้าที่ให้โภชนศึกษาผู้ป่วยเบาหวาน และคนอ้วนอยู่ทุกวัน มีโรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งหนึ่งได้ตระหนักใน
เรื่องนี้จึงได้ส่งเสริมโภชนาการในบุคลากรของโรงพยาบาลโดยการให้ความรู้ในรูปแบบต่างๆ เช่นการเชิญวิทยากรภายนอกมาบรรยาย และการเข้าค่าย เป็นต้น

4. การส่งเสริมโภชนาการในชุมชน
มีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อยที่นักกำหนดอาหารจะกระโดดออกไปส่งเสริมโภชนาการ
นอกโรงพยาบาล หรือในชุมชน แต่ก็น่าจะมีส่วนช่วยและสนับสนุนแก่กลุ่มงานหรือองค์การอื่น เช่น กลุ่ม
เวชกรรมสังคมและกลุ่มงานสุขศึกษาประชาสัมพันธ์ในการส่งเสริมโภชนาการในชุมชน เช่น ประยุกต์องค์ความรู้และประสบการณ์ที่ตนเองได้พบเห็นมาพัฒนาสื่อเพื่อโภชนศึกษาในชุมชน หรือการออกไปสาธิตอาหารผู้ป่วย หรือคนปกติในชุมชนเป็นครั้งคราว หรือแม้แต่การให้โภชนศึกษาในชมรมสร้างสุขภาพ เป็นต้น
การส่งเสริมโภชนาการทั้งในชุมชนและสถานบริการทางแพทย์และสาธารณสุข ของ
นักกำหนดอาหารเท่ากับเป็นการส่งเสริมโภชนาการในเชิงรุก เป็นการลงทุนต่ำแต่ได้ผลคุ้มค่าสูง นับเป็น
มิติใหม่ของบทบาทนักกำหนดอาหารในยุคใหม่

 
กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ถนน ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000