ค้นหาข้อมูล  
 
วิชาการ
ปรับปรุงล่าสุด 5 ต.ค. 2549 | อ่าน 40510 ครั้ง

องค์ความรู้เรื่องปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ (วิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน) ในผลไม้

บทคัดย่อ

          ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระที่ศึกษาครั้งนี้ คือ เบต้าแคโรทีน  วิตามินอี และวิตามินซี  เพราะวิตามินกลุ่มนี้จัดเป็นสารอาหารกลุ่มหนึ่งที่มีส่วนช่วยซึ่งกันและกันในการทำลายฤทธิ์ของอนุมูลอิสระ  และยับยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่ของขบวนการออกซิเดชั่น  ผลไม้หลายๆอย่างมีวิตามิน 3 ตัวนี้มากพอสมควร  จากการศึกษาครั้งนี้พบผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูงคือ  มะม่วงน้ำดอกไม้สุก  มะเขือเทศราชินี  มะละกอสุก  กล้วยไข่  มะม่วงยายกล่ำ มะปรางหวาน  แคนตาลูปเนื้อเหลือง  มะยงชิด มะม่วงเขียวเสวยสุกและสับปะรดภูเก็ต  ผลไม้ทั้งหมดนี้ล้วนมีเนื้อสีเหลืองและสีหลืองเข้ม   10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงคือ  ฝรั่งกลมสาลี่  ฝรั่งไร้เมล็ด  มะขามป้อม  มะขามเทศ  เงาะโรงเรียน  ลูกพลับ  สตรอเบอรี  มะละกอสุก  ส้มโอขาวแตงกวาและพุทราแอปเปิ้ล  สำหรับวิตามินอีมีในผลไม้ไม่มากนักเพราะผลไม้ไม่ใช่แหล่งของวิตามินอี  ในการศึกษานี้พบผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง 10 อันดับแรกคือ  ขนุนหนัง  มะขามเทศ  มะม่วงเขียวเสวยดิบ  มะเขือเทศราชินี  มะม่วงเขียวเสวยสุก  มะม่วงน้ำดอกไม้สุก  มะม่วงยายกล่ำสุก  แก้วมังกรเนื้อสีชมพู สตรอเบอรีและกล้วยไข่  ผลไม้ประเภทเดียวกันแต่สีไม่เหมือนจะมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะเบต้าแคโรทีนไม่เท่ากัน  เช่นแคนตาลูปเนื้อสีเหลืองและแคนตาลูปเนื้อสีเขียว  หรือสับปะรดต่างชนิดกันได้แก่สับปะรดภูเก็ต  สับปะรดภูแล สับปะรดศรีราชา
ในการศึกษาครั้งนี้พบว่า   ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระน้อยทั้ง 3 ตัวคือ สาลี่ องุ่นและแอปเปิ้ล  ส่วนผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูงคือ มะเขือเทศราชินี

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
โครงการศึกษาปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้(เบต้าแคโรทีน วิตามินอี และวิตามินซี)

หลักการและเหตุผล
          อนุมูลอิสระก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหลายอย่าง ได้แก่  ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด  โรคมะเร็ง  ทำลายเนื้อเยื่อ และเกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุเป็นต้น  โดยมีสาเหตุทั้งจากภายนอกและภายในร่างกาย เช่น  มลพิษในอากาศ  แสงแดด รังสี อาหารและเมตาบอลิสึมของออกซิเจนในเซลล์  เบต้าแคโรทีน  วิตามินอี และวิตามินซีเป็นวิตามินที่สามารถทำลายฤทธิ์ของอนุมูลอิสระ    จึงเรียกว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหรือantioxidant ผลไม้เป็นแหล่งของวิตามิน แต่ข้อมูลส่วนนี้มีไม่มากและไม่ครอบคลุมวิตามินทั้ง 3 ตัว
วัตถุประสงค์
          เพื่อศึกษาปริมาณเบต้าแคโรทีน วิตามินอีและวิตามินซีในผลไม้
วิธีการวิจัย
          สุ่มเก็บตัวอย่างผลไม้อย่างน้อย 3 แหล่ง นำแต่ละชนิดทำเป็น composite sample ใช้เฉพาะส่วนมี่รับประทานได้มาวิเคราะห์วิตามินทั้ง 3 ชนิด
ผลการศึกษา
          จากการศึกษาครั้งนี้พบผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูงคือ  มะม่วงน้ำดอกไม้สุก  มะเขือเทศราชินี  มะละกอสุก  กล้วยไข่  มะม่วงยายกล่ำ มะปรางหวาน  แคนตาลูปเนื้อเหลือง  มะยงชิด มะม่วงเขียวเสวยสุกและสับปะรดภูเก็ต  ผลไม้ทั้งหมดนี้ล้วนมีเนื้อสีเหลืองและสีหลืองเข้ม   10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงคือ  ฝรั่งกลมสาลี่  ฝรั่งไร้เมล็ด  มะขามป้อม  มะขามเทศ  เงาะโรงเรียน  ลูกพลับ  สตรอเบอรี  มะละกอสุก  ส้มโอขาวแตงกวาและพุทราแอปเปิ้ล  สำหรับวิตามินอีมีในผลไม้ไม่มากนักเพราะผลไม้ไม่ใช่แหล่งของวิตามินอี  ในการศึกษานี้พบผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง 10 อันดับแรกคือ  ขนุนหนัง  มะขามเทศ  มะม่วงเขียวเสวยดิบ  มะเขือเทศราชินี  มะม่วงเขียวเสวยสุก  มะม่วงน้ำดอกไม้สุก  มะม่วงยายกล่ำสุก  แก้วมังกรเนื้อสีชมพู สตรอเบอรีและกล้วยไข่  ผลไม้ประเภทเดียวกันแต่สีไม่เหมือนจะมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะเบต้าแคโรทีนไม่เท่ากัน  เช่นแคนตาลูปเนื้อสีเหลืองและแคนตาลูปเนื้อสีเขียว  หรือสับปะรดต่างชนิดกันได้แก่สับปะรดภูเก็ต  สับปะรดภูแล สับปะรดศรีราชา
ในการศึกษาครั้งนี้พบว่า   ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระน้อยทั้ง 3 ตัวคือ สาลี่ องุ่นและแอปเปิ้ล  ส่วนผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูงคือ มะเขือเทศราชินี
ข้อเสนอแนะ
          ควรมีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเป็นเรื่องๆแบบนี้  โดยใช้หน่วยเทียบเป็นชิ้นหรือผลเพื่อสื่อสารถึงประชาชนได้ง่ายและชัดเจน และข้อมูลที่ศึกษาหรือรวบรวมแล้วต้องเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆให้หลากหลาย  เพื่อการนำไปใช้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ไฟล์ดาวโหลด สารต้านอนุมูลอิสระ(เบต้าแคโรทีน  วิตามินอี  วิตามินซี)ในผลไม้